ก้าวแรกสู่ระบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙
ก้าวแรกสู่ระบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙

ก้าวแรก  สู่ระบบประกันคุณภาพการศึกษา

ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน)

 

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542 หมวด กำหนดให้สถานศึกษามีมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจัดการศึกษาได้คุณภาพ  ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนด  และสอดคล้องกับความต้องการของสังคม ณ บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่สถานศึกษาในประเทศของเราต้องร่วมใจพร้อมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน)   ได้ประกาศนโยบายประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน)  ตั้งแต่ พ.. 2546  เพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา  ดังนั้นการประกันคุณภาพการศึกษาจึงเป็นภารกิจที่สถาบันในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการต้องตระหนักและผลักดันให้มีการดำเนินการอย่างมีกลไกที่ชัดเจนในการควบคุมคุณภาพขององค์ประกอบต่าง ๆ  ที่มีผลต่อประกันคุณภาพการศึกษาตั้งแต่ปัจจัยนำเข้าจนถึงผลผลิต คือ ผู้สำเร็จการศึกษา เพื่อเป็นหลักประกันในการผลิตบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ  อันจะนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ

                โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) เป็นสถาบันการศึกษาหนึ่งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่เห็นความจำเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษา และได้รับเอาระบบประกันคุณภาพการศึกษา มาพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของนักเรียน ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนของเราได้ผ่านการตรวจรับรองจากสถาบันรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สมศ. (องค์การมหาชน) สำหรับระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่เราดำเนินการควบคู่กับระบบคุณภาพ  มาตลอด ขณะนี้กำลังมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง  โดยมีการพัฒนาระบบควบคู่กับการพัฒนาคน เริ่มต้นด้วยเรามีโครงสร้างองค์กรที่มีหน่วยงานประกันคุณภาพที่ผู้รับผิดชอบ สามารถบริหารงานขึ้นตรงต่อผู้อำนวยการ ขณะเดียวกันได้จัดอบรมให้ความรู้แก่ครูและบุคลากรทุกคนได้รู้จักกับระบบประกันคุณภาพการศึกษา  หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า คิว เอ” (Quality assurance : QA) ทุกคนเริ่มคุ้นเคยกับคำว่าการประกันคุณภาพการศึกษามากขึ้น

การทำงานที่เป็นระบบโดยมีแนวความคิดในการปฏิบัติงานแบบ PDCA (P คือ Plan การวางแผน,  D คือ Do การลงมือทำตารมแผน,  C คือ Check การประเมิน
การตรวจสอบ การวิเคราะห์ และ 
 A คือ action การตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป
 จะปรับปรุง จะพัฒนา จะแก้ไข ป้องกัน จะกำหนดเป็นมาตรฐานเป็นกติกา เป็นเอกสาร 
  โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) กำลังพัฒนาให้เกิดเป็นวงจรการทำงานแบบ  PDCA และมีการเขียนการทำงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นหลักฐานการทำงาน

PDCA วงจรควบคุมคุณภาพ

 

PDCA คืออะไร

                PDCA  เป็นกิจกรรมพื้นฐานในการบริหารคุณภาพ ดร.วอล์ทเตอร์  ชิวฮาร์ท  เป็นผู้พัฒนาขึ้นเป็นคนแรกใน ปี ค.. 1939  และ ดร.เอดวาร์ด  เดมิ่ง  เป็นผู้นำมาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.. 1950 จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อ วัฎจักร์เดมิ่ง (Deeming Cycle) หรือวงจรควบคุมคุณภาพ (Quality Control Circel : PDCA) หรือวัฎจักร์แห่งการบริหารคุณภาพการศึกษาได้นำPDCA มาใช้ในการบริหารคุณภาพในกิจกรรมต่าง ๆ ทุกระดับการบริหารและการปฏิบัติ

                PDCA  ย่อมาจาก Plan – Do – Check – Act  ซึ่งแปลว่า วางแผน – ปฏิบัติ – ตรวจสอบ – ปรับปรุง ซึ่งต้องดำเนินการอย่างมีวินัย ให้ครบวงจร หมุนเวียน พัฒนาไปไม่มีหยุดไม่มีหย่อน

.ดร.ฮิโตชิ  คุ  กล่าวว่า จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของ PDCA ซึ่งเป็นกิจกรรมพื้นฐานในการบริหารคุณภาพนั้น  มิใช่เพียงแค่การปรับแก้ผลลัพธ์ ที่เบี่ยงแบนออกไปจากเกณฑ์มาตรฐาน ได้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการเท่านั้น  แต่แนวก่อให้เกิดการปรับปรุงตน ในแต่ละรอบของ PDCA อย่างต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ และอย่างมีการวางแผนที่ม้วนไต่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ

                ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การทำงานที่เป็นระบบ ก็คือการทำงานที่เป็นแบบ PDCA และมีการเขียนการทำงานนั้นไว้เป็นลายลักษณ์อักษร(เป็นเอกสารมีหลักฐานการทำงานเป็นบันทึก ที่สามารถตรวจสอบได้ภายหลัง

 

วงจรควบคุมคุณภาพ PDCA มีภารกิจหลัก ขั้นตอน

                ขั้นที่ การวางแผน (Plan – P)

                ขั้นที่ การปฏิบัติตามแผน (DO – D)

                ขั้นที่ การตรวจสอบผลการปฏิบัติ (Check – C)

                ขั้นที่ การแก้ไขปัญหา (Act – A)

ขั้นตอนที่ การวางแผน (PLAN) การวางแผนงานจะช่วยพัฒนาความคิดต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่รูปแบบที่เป็นจริงขึ้นมาในรายละเอียดให้พร้อมในการเริ่มต้นลงมือปฏิบัติ (DO) ซึ่งลักษณะของแผนงานที่ดี มีลักษณะ ประการ ได้แก่

                1. มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถปฏิบัติได้ (REALISTIC)

                2. สามารถเข้าใจได้ (UNDERSTANDABLE)

                3. สามารถวัดได้ (MEASURABLE)

                4. มีการกำหนดพฤติกรรมประกอบ (BEHAVIORAL)

                5. สามารถทำได้สำเร็จ (ACHIEVABLE)

 

ขั้นตอนการวางแผน

                1. กำหนดขอบเขตของปัญหาให้ชัดเจน

                2. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

                3. กำหนดวิธีการที่จะบรรลุถึงวัตถุประสงค์ และเป้าหมายให้ชัดเจนและถูกต้องแม่นยำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

 

ขั้นตอนที่  ปฏิบัติ (DO)  ประกอบด้วยการทำงาน ระยะ

                1. การวางแผนกำหนดการ

                    - การแยกแยะกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการกระทำ

                    - กำหนดเวลาที่คาดว่าต้องใช้ในกิจกรรมแต่ละอย่าง

                    - การจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ

                2. การจัดการแบบแมทริกซ์ (Matrix Management) การจัดการแบบนี้ สามารถช่วยดึงเอาผู้เชี่ยวชาญหลายแขนงจากแหล่งต่าง ๆ มาได้ และเป็นวิธีช่วยประสานงานระหว่างฝ่ายต่าง ๆ

                3. การพัฒนาขีดสามารถในการทำงานของผู้ร่วมงาน

                    - ให้ผู้ร่วมงานเข้าใจถึงงานทั้งหมดและทราบเหตุผลที่ต้องกระทำ

                    - ให้ผู้ร่วมงานพร้อมในการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม

                   - พัฒนาจิตใจให้รักการร่วมมือกัน

 

                ขั้นตอนที่ การตรวจสอบ (CHECK) การตรวจสอบ ทำให้รับรู้สภาพการณ์ของงานที่เป็นอยู่ เปรียบเทียบกับสิ่งที่วางแผน ซึ่งมีกระบวนการดังนี้

                1. กำหนดวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ

                2. รวบรวมข้อมูล

                3. พิจารณากระบวนการทำงานเป็นตอน ๆ เพื่อแสดงจำนนวน และคุณภาพของผลงานที่ได้รับในแต่ละขั้นตอน เปรียบเทียบกับที่ได้วางแผนไว้

                4. การรายงาน จะเสนอผลการประเมินรวมทั้งมาตรการป้องกันความผิดพลาดหือความล้มเหลว

                    4.1 รายงานเป็นทางการอย่างสมบูรณ์

                    4.2 รายงานแบบย่ออย่างไม่เป็นทางการ

 

                ขั้นตอนที่ การแก้ไขปัญหา (ACT)  ผลของการตรวจสอบ หากพบว่าเกิดข้อบกพร่องขึ้น ทำให้งานที่ได้ไม่ตรงตามเป้าหมายหรือผลงานไม่ได้มาตรฐาน ให้ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาตามลักษณะปัญหาที่ค้นพบ ถ้าผลงานเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ และถ้าพบความผิดปกติใด ๆ ให้สอบสวนค้นหาสาเหตุแล้วทำการป้องกัน เพื่อมิให้ความผิดปกตินั้น เกิดขึ้นซ้ำอีกทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ผลงานได้มาตรฐานอาจใช้มาตรการดังต่อไปนี้

                1. การชี้แจงให้ตระหนักถึงนโยบายขององค์กร

                2. การปรับปรุงระบบหรือวิธีการทำงาน

การทำงานที่เป็น  PDCA หรือการทำงานที่เป็นระบบ มีประโยชน์อย่างไร แสดงถึงอะไร

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของ PDCA มิใช่เพียงแค่ปรับแก้ผลลัพธ์การทำงานที่เบี่ยงเบนออกไปจากมาตรฐาน  แต่เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุงงานในแต่ละรอบของ PDCA อย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบ และอย่างมีการวางแผนแบบ PDCA ที่ม้วนไต่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ลักษณะการทำงานเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์ในการบริหาร เพราะจะทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงงานบรรลุผลที่ต้องการ งานที่บรรลุนั้นประหยัดทั้งพลังงาน เวลา และค่าใช้จ่าย งานที่บรรลุนั้น สร้างความพึงพอใจ  นอกจากนั้นการทำงานที่เป็น   PDCA ยังก่อให้เกิดประโยชน์ด้านอื่น ๆ ตามมาอีก เช่น

1. ระดับบุคคลได้แก้ไขจุดบกพร่อง และพัฒนาตนเอง

2. สามารถจัดการกับวิกฤติที่เกิดขึ้นในการทำงานได้ทันท่วงที

3. มีการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

4. สร้างภาวะผู้นำให้แก่บุคลากรในองค์กร

5. เกิดนวัตกรรมอันเป็นผลจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

6. ยกระดับมาตรฐานสู่ความเป็นเลิศขององค์กร

จากการที่บุคลากรสร้างนิสัยการทำงานแผน PDCA อันเป็นผลให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องนั้น ย่อมแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการทำงานที่มีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นองค์กรแห่งคุณภาพที่จะสร้างความพึงพอใจและมั่นใจต่อสังคมในที่สุด

 

ใครบ้างที่ต้องทำงานแบบ PDCA

                ในการบริหารคุณภาพ ถือว่า คนเป็นศูนย์กลางแห่งคุณภาพ และหัวใจสำคัญของการบริหารคุณภาพคือ การพัฒนาและสร้างจิตสำนึกให้แก่หัวหน้าฝ่าย หัวหน้ากลุ่ม/หัวหน้างาน และผู้ปฏิบัติงานทุกระดับชั้นทั่วทั้งองค์กร ว่าคุณภาพ เป็นสิ่งสำคัญต่อผลผลิต ลูกค้า จิตสำนึกที่มุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจให้ผลผลิต/ลูกค้า เป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะนั้นหมายถึง จะนำไปสู่การเจริญเติบโตและความมีคุณภาพขององค์กร

                ดังนั้น ในการปฏิบัติงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของทุกระดับชั้นจะต้องทำงานแบบ PDCA และทำให้เกิดความเชื่อมโยงกันทุกระดับ

PDCA กับการประกันคุณภาพการศึกษา

                การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การบริหารจัดการและการดำเนินกิจกรรมตามภารกิจปกติของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการทางการศึกษาทั้งผู้รับบริการโดยตรง ได้แก่ ผู้เรียนและผู้ปกครองและผู้รับบริการทางอ้อม ได้แก่ สถานประกอบการ ประชาชน และสังคม โดยรวมว่าการดำเนินงานของสถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดการประกันคุณภาพมีแนวคิดอยู่บนพื้นฐานของการ ป้องกัน” ไม่ให้เกิดการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพและผลผลิตไม่มีคุณภาพ

                ระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่ได้มีการพัฒนากันอยู่ในขณะนี้ มีแนวคิดเพื่อส่งเสริมและเสนอแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา โดยมีการดำเนินงาน ขั้นตอน ดังนี้

                1.  การควบคุมคุณภาพ เป็นการกำหนดมาตรฐานคุณภาพ และการพัฒนาสถานศึกษาให้เข้าสู่มาตรฐาน

                2. การตรวจสอบคุณภาพ เป็นการตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

                3. การประเมินคุณภาพ เป็นการประเมินคุณภาพของสถานศึกษา โดยหน่วยงานที่กำกับดูแลในเขตพื้นที่และหน่วยงานต้นสังกัดในส่วนกลาง ซึ่งถึงแม้จะเป็นตามหลักการบริหารนั้น การประกันคุณภาพภายในเป็นกระบวนการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ

                หลักการและกระบวนการบริหารดังกล่าว เป็นสิ่งที่ใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ โดยจะต้องมีกระบวนการวางแผน ทำตามแผน ตรวจสอบ ประเมินผลและพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ  เพื่อให้การทำงานได้ผลและมีคุณภาพดี

                ในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และบริการก็มีการใช้กระบวนการนี้ในการบริหาร เพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของสินค้า และบริการตลอดเวลา  ทำให้เป็นที่พอใจของลูกค้าสามารถขายสินค้าได้และมีกำไร

                สำหรับการศึกษานั้น ไม่เหมือนธุรกิจเพราะการศึกษาไม่ได้หวังผลกำไรเป็นตัวเงิน แต่ผลที่ได้เป็นคุณภาพในด้านต่าง ๆ ของคน อย่างไรก็ตามกระบวนการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาก็สามารถนำแนวคิดและกระบวนการข้างต้นมาใช้ได้  โดยปรับให้เหมาะสมกับกระบวนการพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นการพัฒนาคน

                การที่สถานศึกษาจะจัดการศึกษาให้ดีมีคุณภาพ เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพนั้น  ก็เปรียบเสมือนกับการสร้างบ้าน โดยคนในบ้านจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน  ว่าต้องการบ้านนั้นเพื่อประโยชน์อะไร  แล้วจึงออกแบบแปลนในระหว่างการก่อสร้าง ก็จะต้องตรวจสอบว่าตรงกับแบบแปลนหรือไม่ วัสดุที่ใช้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ มีความมั่นคงเพียงใด ระบบน้ำไฟเป็นอย่างไร  ถ้าพบสิ่งใดที่เป็นข้อบกพร่องก็ปรับปรุงแก้ไขได้ในทุกขั้นตอน  ซึ่งจะทำให้บ้านที่ก่อสร้างขึ้นมา มีความแข็งแรง สวยงาม มั่นคง ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ

                กระบวนการพัฒนาคนในสถานศึกษาก็เหมือนกัน กับการสร้างบ้าน เพียงแต่การสร้างบ้านนั้นต้องใช้สถาปนิก ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมาดำเนินการและเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็เสร็จเลย ไม่ต้องทำต่อ  แต่กระบวนการสร้างคนนั้น ผู้ที่เป็นสถาปนิกคือ ครู และผู้บริการ ซึ่งเป็นบุคลากรภายในจะต้องร่วมกัน พัฒนาเด็กให้มีคุณภาพดีและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุด  ผู้บริหารและครูในสถานศึกษามีการร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน  ว่าต้องการพัฒนาเด็กให้มีคุณสมบัติเป็นอย่างไร  และถ้าจะให้เด็กมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ก็ต้องช่วยกันคิด และช่วยกันวางแผน (Plan) ว่าจะต้องทำอย่างไร แล้วช่วยกันทำ (Do) ช่วยกันตรวจสอบ (Check) และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง  (Action) เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง  เพื่อพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา  โดยร่วมกันทำงานเป็นทีม

                การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาจึงเป็นกระบวนที่บุคลากรทุกฝ่ายในสถานศึกษาร่วมกันวางแผน กำหนดเป้าหมายและวิธีการ ลงมือทำตามแผนในทุกขั้นตอน มีการบันทึกข้อมูลเพื่อร่วมกันตรวจสอบผลงาน หาจุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุงแล้ว ร่วมกันปรับปรุงแผนงานนั้น ๆ โดยมุ่งหวังให้มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสถานศึกษาที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ

                แนวคิดการทำงานที่เป็นระบบเช่นนี้จะช่วยสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในสถานศึกษา เกิดความรู้สึกว่าเป็นงานปกติ  เป็นการมองตนและประเมินตนเอง ซึ่งจะทำให้สถานศึกษามีฐานข้อมูลที่มั่นคงเป็นจริง พร้อมเสมอต่อการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก (สมศ.)

                สำหรับโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) ได้จัดให้มีการประเมินคุณภาพภายใน ทั้งในระดับฝ่ายและระดับวิทยาลัย โดยนำแนวคิดการทำงานที่เป็นระบบ PDCA มาผนวกเข้ากับระบบ  KPI  หรือดัชนีคุณภาพ เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง  ผลจากการประเมินคุณภาพภายในอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนมั่นใจในประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการบริหารงานของโรงเรียน และพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกจากสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาในรอบที่สาม

 

 

แนวทางการพัฒนาคุณภาพบุคคลด้วยการทำงานแบบ PDCA ควบคู่ไปกับการประกันคุณภาพการศึกษา

                แม้ว่าผลของการประเมินคุณภาพภายนอก จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจก็ตาม  วิทยาลัยก็ยังจะต้องพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน ของสถานศึกษาให้ได้มาตรฐานระดับสากลต่อไป จึงได้กำหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษา ในปี 2546 ไว้ว่า เพิ่มคุณค่า พัฒนาอย่างต่อเนื่อง”  ทั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาคุณภาพในระดับบุคคล เพราะถือว่าคนคือทรัพยากรสำคัญในการที่จะทำให้เกิดคุณภาพและเพิ่มคุณค่าขององค์กร

                ดังนั้นการพัฒนาคน ด้วยการทำงานแบบ PDCA ควบคู่กับการประกันคุณภาพภายในนั้น  น่าจะเป็นหนทางหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพระดับบุคคล  บุคลากรทุกระดับ ควรทำความเข้าใจการทำงานอย่างมีระบบ PDCA  และทุกขั้นตอนของ P-D-C-A  ต้องใช้คู่มือคุณภาพควบคู่ไปทุกขั้นตอนพร้อมทั้งบันทึกผลการทำงานที่เกิดจาก P-D-C-A เป็นลายลักษณ์อักษร ในขณะเดียวกันควรจะมีการประเมินตนเอง เพื่อวิเคราะห์หาจุดอ่อนจุดแข็งที่เกิดขึ้นกับตนกับงาน และพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น อันจะเป็นประโยชน์และผลดีต่อองค์กรโดยภาพรวม  สำหรับการประเมินตนเองระดับบุคคล จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบต่อไปนี้

                1. ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

                2. คู่มือคุณภาพของสถานศึกษา

                3. การทำงนอย่างเป็นระบบ PDCA

 

1. ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

เพื่อให้การประเมินตนเองระดับบุคคล สามารถที่จะตรวจสอบการทำงาน และพัฒนางานของตนเองได้ จะยึดกระบวนการทำงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

 

2. คู่มือคุณภาพของสถานศึกษา

ในกระบวนการทำงานของแต่ละบุคคลไม่เพียงแต่จะยึดตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย  ยังจะต้องคำนึงถึงกระบวนการดำเนินงานและประสิทธิผลที่ได้ระบุไว้ในคู่มือคุณภาพในส่วนทีเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือภารกิจด้วย

 

3. การทำงานอย่างเป็นระบบ PDCA

ในการทำงานของแต่ละบุคคลตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายและตามคู่มือคุณภาพของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 95 (วัดโพธิ์ทองบน) จะใช้วิธีการทำงานแบบ PDCA เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ได้กำหนดให้บุคลากร แต่ละระดับมีการประเมินตนเอง ดังนี้

1. บุคลากร ประเมินตนเองโดยใช้แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ซึ่งสามารถนำมาเป็นเอกสาร หลักฐานในการประเมินและตรวจสอบ

                2. บุคลากรในงานธุรการ ให้ประเมินตนเอง โดยใช้แฟ้มสะสมงาน เช่นเดียวกับอาจารย์

                3. บุคลากร ให้ใช้แบบฟอร์ม แผนปฏิบัติการประจำเดือน โดยใช้ขั้นตอนของ  PDCA ดังนี้

P : ระบุกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติตามภาระงานแต่ละเดือน พร้อมทั้งระบุวันที่ต้องปฏิบัติ ตามแผน PDCA - 1

D : ลงมือปฏิบัติงานตามที่ระบุในแผน หรือตามคู่มือคุณภาพ ระเบียบปฏิบัติ

C : ตรวจสอบในแต่ละวัน และสรุปในแต่ละเดือนว่าการทำงานเป็นไปตามแผนหรือไม่ เพราะเหตุใด

A : เมื่อพบว่าการทำงานไม่เป็นไปตามแผน ได้แก้ไขอย่างไร ผลเป็นอย่างไร แนวทางการทำงาน แผนงานในรอบเดือนต่อไป ควรเป็นอย่างไร

                สำหรับนักเรียนนั้น แม้ว่าในการประกันคุณภาพการศึกษาจะให้ความสำคัญแก่นักเรียนในฐานะลูกค้าคนสำคัญ แต่ผู้เขียนเชื่อว่า การสร้างคนให้มีคุณภาพ มีจิตสำนึกแห่งคุณภาพ มีนิสัยแห่งคุณภาพ น่าจะเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก  นักเรียนทุกคนควรจะได้รับการปลูกฝัง เพาะบ่มนิสัยแห่งคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในสถานศึกษา ทั้งความคิดและการกระทำ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้เป็นคนที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป

                ดังนั้น นักครูผู้สอนควรฝึกฝนตนเองในการทำงานให้เป็นระบบ โดยใช้การทำงานแบบ PDCA สามารถที่จะทำได้ในระดับบุคคล และระดับโรงเรียน

                การทำงานแบบ PDCA ในระดับบุคคลหรือตัวนักเรียนเองนั้น นักเรียนสามารถประเมิน วิเคราะห์ตนเองหาจุดแข็งจุดอ่อน ของตนเอง แล้วระบุเป้าหมายในการพัฒนาตนเอง หรือสิ่งที่ต้องการให้เกิด หรือไปให้ถึง ความสำเร็จ หลังจากนั้น หาวิธี วางแผนในการทำ พัฒนา เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น ต่อจากนั้นลงมือทำตามที่วางแผน พร้อมทั้งกำหนดเวลาแล้วเสร็จ ระหว่างที่ทำก็ตรวจสอบผลการทำ วิเคราะห์ เพื่อคาดคะเนถึงผลว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ และสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงในขั้นนี้ได้ หลังจากนั้น วางแผนกำหนดแนวทางเพื่อปฏิบัติต่อไปใหม่

สรุป

                องค์กรใดจะประสบความสำเร็จหรือบรรลุเป้าหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทรัพยากรบุคคล เพราะคนเป็นศูนย์กลางความสำเร็จ  คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์กร เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่สามารถพัฒนาให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้  คนเป็นทั้งผู้ที่จะกำหนดระบบงานที่เหาะสม  และเป็นผู้ปฏิบัติในระบบงานที่กำหนดไ